Global Flood Risk

ภาพรวมโลกที่กำลังเผชิญน้ำท่วมรุนแรงขึ้น

รายงานความเสี่ยงอุทกภัยทั่วโลกปี 2569 วิเคราะห์การเผชิญความเสี่ยงใน 180 ประเทศอย่างครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา ผลการวิจัยชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่น่ากังวลว่าปัจจุบันมีประชากร กว่า 1.8 พันล้านคน อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมระดับสูงหรือรุนแรง เพิ่มขึ้น 23% จากปี 2563 สาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัยที่ซ้ำเติมกัน คือฝนตกหนักที่ทวีความรุนแรง การขยายตัวของเมืองในพื้นที่ลุ่มเสี่ยง และการเสื่อมโทรมของแนวป้องกันน้ำท่วมตามธรรมชาติ

1. ปริมาณฝนเปลี่ยนไปจากสภาพภูมิอากาศ ฐานปกติแบบใหม่

ข้อมูลปริมาณฝนจากดาวเทียมย้อนหลัง 30 ปียืนยันว่าเหตุการณ์ฝนตกหนักเกิดบ่อยขึ้นและคาดเดาตำแหน่งได้ยากขึ้น ข้อค้นพบสำคัญมีดังนี้

  • ความรุนแรงเพิ่มขึ้น เหตุการณ์ฝนหนักระดับ "100 ปีต่อครั้ง" ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนเกิดถี่ขึ้น 2 เท่านับตั้งแต่ปี 2543
  • พื้นที่เสี่ยงขยายตัว ภูมิภาคที่เคยถือว่าเสี่ยงต่ำอย่างแอฟริกาตะวันออกและบางส่วนของเอเชียกลาง ขณะนี้เผชิญน้ำท่วมถี่กว่าค่าเฉลี่ยเดิม 3-5 เท่า
  • ภัยซ้ำซ้อน ปรากฏการณ์ฝนหนักร่วมกับคลื่นพายุซัดฝั่งตามเมืองชายฝั่งขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 40% สร้างความเสียหายแบบลูกโซ่ที่ระบบป้องกันเดิมรับมือไม่ไหว
Climate Impact on Precipitation

2. การขยายตัวของเมืองและวิกฤตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ

สามเหลี่ยมปากแม่น้ำและที่ราบลุ่มชายฝั่งเป็นบ้านของประชากรกว่า 500 ล้านคนและเป็นจุดศูนย์กลางความเสี่ยงน้ำท่วม การวิเคราะห์เชิงพื้นที่ของเราพบว่า

  • พื้นผิวเมืองขยายตัว 35% นับตั้งแต่ปี 2558 ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูง ทำให้ความสามารถในการดูดซับน้ำตามธรรมชาติลดลง
  • ชุมชนแออัดขาดระบบระบายน้ำ กว่า 320 ล้านคนในชุมชนแออัดไม่มีระบบระบายน้ำที่เพียงพอ จึงเปราะบางต่อน้ำท่วมฉับพลันมากเป็นพิเศษ
  • โครงสร้างพื้นฐานสำคัญถูกกดดัน ท่าเรือ โรงไฟฟ้า และเส้นทางคมนาคม เผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยความเสียหายทางเศรษฐกิจจากน้ำท่วมทั่วโลกสูงเกิน 180,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

3. จุดเสี่ยงระดับภูมิภาค แนวหน้าของวิกฤต

ระบบให้คะแนนความเสี่ยงของเราชี้จุดวิกฤตหลายแห่งที่ปัจจัยหลายด้านซ้ำเติมกันจนกลายเป็นภัยคุกคามต่อชุมชนและเศรษฐกิจ

  • เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ลุ่มแม่น้ำคงคา-พรหมบุตร และหมู่เกาะฟิลิปปินส์ คิดเป็น 42% ของประชากรโลกที่เสี่ยงน้ำท่วม ความแปรปรวนของมรสุมและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำให้น้ำท่วมรายปีรุนแรงขึ้น
  • แอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา สามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนเจอร์และลุ่มแม่น้ำซัมเบซีเผชิญความเสี่ยงน้ำท่วมแม่น้ำและน้ำท่วมฉับพลันที่ทวีขึ้นซ้ำจากการตัดไม้ทำลายป่าและระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่ไม่เพียงพอ
  • ละตินอเมริกา ชุมชนลุ่มแม่น้ำอเมซอนและเมืองชายฝั่งแคริบเบียนเผชิญภัย 2 ด้านจากฝนที่ทวีความรุนแรงและพายุหมุนเขตร้อน
Flood Risk Hotspots

4. เหตุผลทางเศรษฐกิจ ลงมือลงทุนเพื่อความยืดหยุ่น

การลงทุนลดความเสี่ยงน้ำท่วมเชิงรุกให้ผลตอบแทนคุ้มค่า การวิเคราะห์ของเราชี้ว่าทุก 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนจะประหยัดความเสียหายได้เฉลี่ย 6 ดอลลาร์ ลำดับความสำคัญหลักมีดังนี้

  • ระบบเตือนภัยล่วงหน้า ขยายระบบพยากรณ์น้ำท่วมที่ใช้ AI (Artificial Intelligence) เพื่อครอบคลุมประชากรเสี่ยง 60% ที่ยังไม่มีระบบเตือนภัยเพียงพอ
  • โซลูชันจากธรรมชาติ ฟื้นฟูป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ และที่ราบลุ่มน้ำท่วมเพื่อเป็นเกราะป้องกันธรรมชาติ พร้อมทั้งสร้างความหลากหลายทางชีวภาพและกักเก็บคาร์บอน
  • มาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น ปรับปรุงกฎหมายอาคารและการวางผังเมืองโดยอิงการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศในอนาคตแทนที่จะใช้ข้อมูลอดีต

5. ข้อมูลความเสี่ยงจาก GlobMaps สนับสนุนการตัดสินใจเชิงรุก

GlobMaps ให้ข้อมูลความเสี่ยงน้ำท่วมแบบเวลาจริง (Real time) ในระดับรายสินทรัพย์ ช่วยให้รัฐบาล บริษัทประกันภัย และองค์กรพัฒนาตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ แพลตฟอร์มของเราประกอบด้วย

  • ตรวจจับน้ำท่วมหลายเซนเซอร์ ภาพถ่ายดาวเทียม SAR รวมกับเซนเซอร์ IoT ภาคพื้นดิน เพื่อเฝ้าระวังทุกสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมง
  • แบบจำลองอุทกวิทยาเชิงพยากรณ์ พยากรณ์ขอบเขตน้ำท่วมด้วย AI ล่วงหน้า 72 ชั่วโมง ที่ความละเอียด 10 เมตร
  • ดัชนีความเสี่ยงแบบไดนามิก คะแนนความเสี่ยง 0-100 ที่อัปเดตตามสภาพการณ์จริง ช่วยให้ตอบสนองเชิงรุกได้ทันท่วงที

บทสรุป ถึงเวลาลงมือร่วมกัน

รายงานนี้ยืนยันชัดเจนว่าความเสี่ยงจากน้ำท่วมไม่ใช่ปัญหาท้องถิ่นหรือเหตุการณ์ชั่วคราวอีกต่อไป แต่เป็นความท้าทายระดับโลกที่ต้องการการรับมืออย่างประสานงานและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล GlobMaps มุ่งมั่นสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ช่วยให้องค์กรทุกขนาดสร้างความยืดหยุ่นได้จริง เพราะการตัดสินใจของเราวันนี้จะกำหนดความปลอดภัยและความมั่งคั่งของผู้คนอีกหลายพันล้านคนในอนาคต