คณะทำงานด้านการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ หรือ TCFD ยุบตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2023 มาตรฐานที่มารับช่วงต่อคือ IFRS S2 ซึ่งออกโดย International Sustainability Standards Board เข้มกว่าเดิม ใช้ข้อมูลมากกว่าเดิม และบังคับใช้ไปแล้วในบางประเทศของภูมิภาคนี้ ถ้าบริษัทของคุณยังส่งรายงานความเสี่ยงภูมิอากาศแบบบรรยายอย่างเดียว แปลว่าตามไม่ทันแล้ว

จาก TCFD มาเป็น IFRS S2 อะไรเปลี่ยนไปบ้าง

TCFD วางกรอบแบบสมัครใจไว้ 4 เสาหลัก คือธรรมาภิบาล กลยุทธ์ การจัดการความเสี่ยง และตัวชี้วัดกับเป้าหมาย แต่ปัญหาที่หน่วยงานกำกับดูแลเจอคือความไม่สม่ำเสมอ เพราะแต่ละบริษัทตีความคำว่าความเสี่ยงภูมิอากาศในระดับรายละเอียดที่ต่างกันมาก

IFRS S2 รับโครงสร้าง 4 เสาหลักนั้นมาใช้ต่อ แต่ปิดช่องว่างที่ว่า

  • เขียนบรรยายอย่างเดียวไม่ได้อีกแล้ว IFRS S2 กำหนดให้ระบุภัยจากสภาพภูมิอากาศเป็นรายตัว ทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง
  • การวิเคราะห์ฉากทัศน์เป็นข้อบังคับ บริษัทต้องจำลองผลการดำเนินงานภายใต้ฉากทัศน์ภูมิอากาศอย่างน้อย 2 แบบ
  • คณะกรรมการต้องกำกับดูแลเรื่องนี้เอง ความเสี่ยงภูมิอากาศต้องอยู่ในการกำกับดูแลระดับคณะกรรมการอย่างชัดเจน
  • ความเสี่ยงทางกายภาพต้องระบุพิกัด จะเขียนแค่ว่ามีความเสี่ยงภัยแล้งไม่ได้ ต้องบอกว่าสินทรัพย์ไหน อยู่ที่ใด และเจอภัยอะไร

สถานะกฎเกณฑ์ในภูมิภาคนี้

มาเลเซีย บังคับใช้แล้ว

ตลาดหลักทรัพย์มาเลเซียประกาศเมื่อธันวาคม 2024 ว่าบริษัทจดทะเบียนทุกแห่งต้องรายงานตาม IFRS S1 และ IFRS S2 โดยเริ่มจากบริษัทที่มีมูลค่าตลาดเกิน 2 พันล้านริงกิต ข้อกำหนดมีผลตั้งแต่ มกราคม 2025

ไทย กำลังทยอยนำมาใช้

สำนักงาน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างรับฟังความเห็นสาธารณะเรื่องการนำ IFRS S2 มาใช้ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าภัยแล้งจากเอลนีโญเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยสร้างความเสียหายทางการเกษตรราว 5 หมื่นถึง 7.8 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.29 ถึง 0.45% ของ GDP ในปี 2024

เวียดนาม ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมกำลังขยายตัว

เวียดนามใช้กฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและประกาศ Circular 155/2015 เป็นฐาน และตั้งแต่ปี 2025 เริ่มบังคับให้อุตสาหกรรมหนักวัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ภัยแล้ง ความเสี่ยงที่ถูกรายงานน้อยกว่าที่ควร

ภัยแล้งจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงเฉียบพลัน คือเกิดเป็นครั้งคราว วัดได้ และเชื่อมโยงตรงกับผลผลิตทางการเกษตร ในภูมิภาคนี้ภัยแล้งยังต่างกันมากในแต่ละจังหวัดด้วย อย่างภัยแล้งจากเอลนีโญปี 2024 กระทบการผลิตข้าวและอ้อยอย่างหนักในจังหวัดภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันตกของไทย

บริษัทที่รับซื้อข้าวจากนครราชสีมา มีโปรไฟล์ความเสี่ยงทางกายภาพคนละแบบกับบริษัทที่รับซื้อจากเชียงราย และ IFRS S2 กำหนดให้คุณรู้ความต่างนี้

ปัญหาเรื่องข้อมูล และเหตุผลที่มันแก้ได้

ข้อมูลภัยแล้งระดับจังหวัดของไทย 77 จังหวัด เวียดนาม 63 จังหวัด และมาเลเซีย 16 รัฐ มีให้ใช้แล้วจากข้อมูล ERA5 ที่ผ่านการประมวลผล โดยดัชนีภัยแล้งรวมของ GlobMaps ประมวลตัวชี้วัดหลายตัวเข้าด้วยกันในระดับจังหวัด อัปเดตทุกเดือน และมีค่าฐานย้อนหลังหลายปี

สรุป

IFRS S2 ยกระดับมาตรฐานขึ้น 3 ทาง คือจากหลักการไปสู่ข้อมูล จากสมัครใจไปสู่บังคับ และจากระดับประเทศลงมาสู่ระดับจังหวัด แต่ในภูมิภาคนี้ ความเสี่ยงภูมิอากาศที่สำคัญที่สุดอย่างภัยแล้ง กลับเป็นสิ่งที่บริษัทส่วนใหญ่ยังวัดไม่ได้ในระดับความละเอียดเชิงพื้นที่ที่มาตรฐานต้องการ

ข้อมูลภัยแล้งระดับจังหวัดจึงไม่ใช่แค่งานวิจัยอีกต่อไป แต่กลายเป็นข้อมูลตั้งต้นของการเปิดเผยข้อมูล


GlobMaps Climate Intelligence ครอบคลุม 156 จังหวัดในไทย เวียดนาม และมาเลเซีย ด้วยข้อมูล MDI รายเดือน แพ็กเกจ Platform Pro และ Bundle Pro มี API ให้เชื่อมเข้ากับกระบวนการรายงาน ESG ติดต่อได้ที่ hello@globmaps.com