ตุลาคมยังเป็นฤดูฝนของไทย เดือนนี้หลายคนจะเปิดแผนที่ที่แสดงน้ำ แต่แผนที่ที่บอกว่าน้ำอยู่ตรงไหน กับประกาศที่บอกว่าต้องทำอะไร เป็นคนละเรื่องกัน และความต่างนี้สำคัญที่สุดในวันที่ฝนตกหนักที่สุด

น้ำบนพื้นไม่ได้แปลว่าน้ำท่วมเสมอไป

มองจากฟ้า นาข้าวที่เพิ่งปักดำกับทุ่งที่ถูกน้ำท่วมแทบไม่ต่างกัน ชาวนาปล่อยน้ำเข้านาเองทุกฤดู ดาวเทียมจึงเห็นน้ำ แต่บอกไม่ได้ว่ามีใครตั้งใจให้น้ำอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า

ชั้นข้อมูลที่ระบายสีพื้นที่ผิวน้ำจึงวัดได้แค่ว่ามีน้ำ ไม่ได้วัดความเสียหาย ถ้าอ่านเป็นแผนที่น้ำท่วม เท่ากับเราตัดสินแทนเซนเซอร์ทีละจุด ในเรื่องที่มันไม่เคยวัดเลย

การพยากรณ์ไม่ใช่การเตือนภัย

ระบบพยากรณ์น้ำท่วมระดับโลกอย่าง GloFAS ของ Copernicus Emergency Management Service ในยุโรป ประเมินว่าแม่น้ำจะมีน้ำมากแค่ไหนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่เงื่อนไขการใช้ข้อมูลของเขาเองระบุว่าข้อมูลนี้ไม่ใช่การเตือนภัยล่วงหน้าไม่ว่าในทางใด และผู้ที่ออกคำเตือนได้มีเพียงหน่วยงานระดับประเทศหรือระดับภูมิภาค

เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ความถ่อมตัว คำเตือนคือการตัดสินใจ ผู้มีอำนาจต้องเอาผลพยากรณ์มาชั่งกับความรู้ในพื้นที่ ทั้งเขื่อน คันกั้นน้ำ และเหตุการณ์ครั้งก่อน แล้วจึงบอกคนว่าต้องทำอะไร ผลจากโมเดลไม่มีส่วนนี้เลย

ใครเป็นผู้เตือนภัยในประเทศไทย

ประกาศเตือนภัยพิบัติมาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) คำเตือนสภาพอากาศมาจากกรมอุตุนิยมวิทยา ส่วนการอพยพสั่งโดยจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ สายด่วน ปภ. คือ 1784 และถ้าเจ็บป่วยฉุกเฉินให้โทร 1669

ถ้าแผนที่ใดก็ตาม รวมถึงของเรา บอกไม่ตรงกับประกาศทางการ ให้ทำตามประกาศทางการ

ข้อมูลเหมาะกับงานแบบไหน

ข้อมูลตอบคำถามก่อนและหลังเหตุฉุกเฉินได้ดี เช่น อำเภอไหนน้ำท่วมแทบทุกปี ฤดูนี้ต่างจากปีก่อน ๆ อย่างไร หรือน้ำขังตรงไหนนานที่สุด คำตอบเหล่านี้ช่วยวางแผนระบายน้ำ กำหนดวันเก็บเกี่ยว และทำประกัน

แต่ในวันที่เกิดเหตุ บริษัทข้อมูลควรพูดเพียงสั้น ๆ ว่า นี่เป็นข้อมูล ไม่ใช่คำสั่ง และคำสั่งมาจากที่ไหน